วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เรื่อง "พระคัมภีร์" (1)

บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง “พระคัมภีร์”
  1. พระเจ้าทรงดลใจให้เขียนขึ้น 
    2 ทธ. 3:16  พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ (หรือ ทุกตอนที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า ก็) เป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม
    2.             พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจ
    กจ. 1:16  ดูก่อน พี่น้องทั้งหลายจำเป็นจะต้องสำเร็จตามพระคัมภีร์ ซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ตรัสไว้โดยโอษฐ์ของกษัตริย์ดาวิด ด้วยเรื่องยูดาส ซึ่งเป็นผู้นำทางคนที่ไปจับพระเยซู
    ฮบ 3:7  เหตุฉะนั้น ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสว่า วันนี้ถ้าท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระองค์
    2 ปต. 1:21  เพราะว่า คำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความคิดในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา
    3.             พระคริสต์ทรงรับรอง
    มธ. 4:4  ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า "มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า 'มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า' "
    มก. 12:10  ท่านทั้งหลายอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้แล้วมิใช่หรือ ซึ่งว่า 'ศิลาซึ่งช่างก่อได้ทอดทิ้งเสีย ยังได้เป็นศิลามุมเอกแล้ว
    ยน 7:42  พระคัมภีร์กล่าวไว้มิใช่หรือ ว่า พระคริสต์จะมาจากเชื้อพระวงศ์ของดาวิด และมาจากหมู่บ้านเบธเลเฮม ชนบทซึ่งดาวิดเคยอยู่นั้น"
    4.             พระคริสต์ทรงสั่งสอน
    ลก 24:27  พระองค์จึงทรงอธิบายพระคัมภีร์ที่เล็งถึงพระองค์ทุกข้อให้เขาฟัง เริ่มต้นตั้งแต่โมเสส และบรรดาผู้เผยพระวจนะ
    เรียกพระคัมภีร์ว่า
    1.             พระวจนะ
    ยก 1:21-23  21 เหตุฉะนั้น จงเลิกความโสมมทั้งหลายแหล่ และการชั่วร้ายอันดกดื่น และจงน้อมใจรับพระวจนะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น ซึ่งสามารถช่วยจิตวิญญาณของท่านทั้งหลายให้รอดได้ 22  แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการลวงตนเอง 23  เพราะว่า ถ้าผู้ใดฟังพระวจนะ และไม่ได้ประพฤติตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ดูหน้าของตัวในกระจกเงา
    1 ปต 2:2  เช่นเดียวกับทารกแรกเกิด จงปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณอันบริสุทธิ์ เพื่อโดยน้ำนมนั้น จะทำให้ท่านทั้งหลายเจริญขึ้นสู่ความรอด
    2.             พระวจนะของพระเจ้า
    ลก 11:28  แต่พระองค์ตรัสว่า "มิใช่เช่นนั้น แต่คนทั้งหลายที่ได้ยินพระวจนะของพระเจ้า และได้ถือรักษาพระวจนะนั้นไว้ ก็เป็นสุข"
    ฮบ 4:12  เพราะว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตาย และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูก และไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิด และความมุ่งหมายในใจด้วย
    3.             พระวาทะของพระคริสต์
    คส 3:16  จงให้พระวาทะของพระคริสต์ ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์ จงสั่งสอน และเตือนสติกัน ด้วยปัญญาทั้งสิ้น จงร้องเพลงสดุดี เพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า
    4.             สัจวาทะ
    ยก 1:18  โดยทรงตั้งพระทัยแล้ว พระองค์ก็ได้ทรงให้เราทั้งหลายบังเกิดโดยสัจวาทะ เพื่อเราทั้งหลายจะได้เป็นอย่างผลแรกแห่งสรรพสิ่งซึ่งพระองค์ทรงสร้าง
    5.             พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์
    2 ทธ 3:15  และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ที่ท่านได้รู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถสอนท่านให้ถึงความรอดได้ โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
    รม 1:2  คือข่าวประเสริฐที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ล่วงหน้า โดยทางพวกผู้เผยพระวจนะของพระองค์ ในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
    6.             หนังสือแห่งสัจจะ
    ดนล 10:21  แต่ข้าพเจ้าจะบอกท่านตามสิ่ง ซึ่งบันทึกไว้ในหนังสือแห่งสัจจะ ไม่มีผู้ใดร่วมแรงกับข้าพเจ้าต่อสู้เจ้าเหล่านี้เลย นอกจากมีคาเอลเจ้าผู้พิทักษ์ของท่าน
    7.             หนังสือพยากรณ์
    วว 22:19  และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้น ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิต และที่มีอยู่ในวิสุทธนครนั้น ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ไปเสีย
    8.             หนังสือม้วน
    สดด 40:7  แล้วข้าพระองค์ทูลว่า "ข้าพระองค์มาแล้ว พระเจ้าข้า ในหนังสือม้วนก็มีเขียนเรื่องข้าพระองค์
    9.             หนังสือของพระเจ้า
    อสย 34:16  จงเสาะหา และอ่านจากหนังสือของพระเจ้า สัตว์เหล่านี้จะไม่ขาดไปสักอย่างเดียว ไม่มีตัวใดที่จะไม่มีคู่ เพราะพระโอษฐ์ของพระเจ้าได้บัญชาไว้แล้ว และพระวิญญาณของพระองค์ได้รวบรวมไว้
    10.      ธรรมบัญญัติ
    นหม 8:3  และท่านหันหน้าไปทางลานเมืองหน้าประตูน้ำ อ่านตั้งแต่เช้าตรู่จนเที่ยงวัน ต่อหน้าผู้ชายผู้หญิงกับบรรดาผู้ที่ฟังเข้าใจได้ และประชาชนก็ตะแคงหูฟังพระธรรม
    กท 3:10  เพราะว่า คนทั้งหลายซึ่งพึ่งการประพฤติตามธรรมบัญญัติ ก็ถูกแช่งสาป เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ทุกคนที่มิได้ประพฤติตามข้อความทุกข้อ ที่เขียนไว้ในหนังธรรมบัญญัติ ก็ถูกแช่งสาป
    11.      พระธรรมของพระเจ้า
    สดด 1:2  แต่ความปีติยินดีของผู้นั้น อยู่ในพระธรรมของพระเจ้า เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ ทั้งกลางวันและกลางคืน
    อสย 30:9  เพราะว่า เขาทั้งหลายเป็นชนชาติดื้อดึง เป็นลูกขี้ปด เป็นหลานที่ไม่ยอมฟัง พระธรรมของพระเจ้า
    12.      พระแสงของพระวิญญาณ
    อฟ 6:17  จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ และจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า
    13.      พระภาษิตของพระเจ้า
    1 ปต 4:11  ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะพูด ก็ให้กล่าวเหมือนหนึ่งกล่าวพระภาษิตของพระเจ้า ถ้าคนใดกระทำบริการ ก็จงให้บริการตามกำลังซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทาน เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้เกียรติในการทั้งปวง โดยทางพระเยซูคริสต์ พระสิริและไอศวรรยานุภาพจงมีแด่พระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
    14.      ข่าวประเสริฐที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้
    รม 1:2  คือข่าวประเสริฐที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ล่วงหน้า โดยทางพวกผู้เผยพระวจนะของพระองค์ ในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์

    15.      กฎเกณฑ์และกฎหมาย
    อพย 24:3-4 3 โมเสสจึงนำพระวจนะของพระเจ้า และกฎหมายทั้งสิ้นมาชี้แจงให้ประชาชนทราบ ประชาชนทั้งปวงก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "พระวจนะทั้งหมดซึ่งพระเจ้าตรัสไว้นั้น พวกเราจะกระทำตาม"  โมเสสจึงจารึกพระวจนะของพระเจ้าไว้ทุกคำ แล้วตื่นขึ้นแต่เช้าจัดแจงสร้างแท่นบูชาขึ้นที่เชิงภูเขา ปักเสาหินขึ้นสิบสองก้อนตามจำนวนเผ่าทั้งสิบสองของอิสราเอล
    ฉธบ 4:5  ดูเถิด ข้าพเจ้าได้สั่งสอนกฎเกณฑ์ และกฎหมายแก่ท่าน ดังที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้าได้ทรงบัญชาข้าพเจ้าไว้ เพื่อท่านทั้งหลายจะกระทำตามในแผ่นดิน ซึ่งท่านทั้งหลายกำลังเข้าไปยึดครองนั้น
    ฉธบ 4:14  ในครั้งนั้น พระเจ้าทรงบัญชาให้ข้าพเจ้าสั่งสอนกฎเกณฑ์ และกฎหมายแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้กระทำตามในแผ่นดิน ซึ่งท่านกำลังจะข้ามไปยึดครองนั้น
    16.      คำพยากรณ์
    2 ปต 1:19-21 19 และเรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น เพราะคำนั้นเป็นเสมือนแสงประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น และดาวประจำรุ่งจะผุดขึ้นในใจของท่านทั้งหลาย 20  ท่านทั้งหลาย ต้องเข้าใจข้อนี้ก่อน คือ ผู้หนึ่งผู้ใดจะตีความหมายคำของผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เอาเองไม่ได้ 21  เพราะว่า คำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความคิดในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา
    17.      พยานของพระคริสต์
    ยน 5:39  ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา
    กจ 10:43  ผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย ย่อมเป็นพยานถึงพระองค์ว่า ทุกๆ คนที่เชื่อถือในพระองค์นั้น พระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของเขา เพราะพระนามของพระองค์"
    กจ 18:28  เพราะท่านโต้แย้งกับพวกยิวอย่างแข็งแรงต่อหน้าคนทั้งปวง และชี้แจงยกหลักในพระคัมภีร์อ้างให้เห็นว่า พระคริสต์คือพระเยซู
    1 คร 15:3  เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลาย เป็นเรื่องสำคัญที่สุด คือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์ เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์
    18.      พวกผู้รับใช้ ***
    ลก 16:29,31 29 แต่อับราอัมตอบเขาว่า 'เขามีโมเสส และพวกผู้เผยพระวจนะนั้นแล้ว ให้เขาฟังคนเหล่านั้นเถิด' 31  อับราฮัมจึงตอบเขาว่า 'ถ้าเขาไม่ฟังโมเสส และพวกผู้เผยพระวจนะ แม้คนหนึ่งจะเป็นขึ้นมาจากความตาย เขาก็จะยังไม่เชื่อ' "
    19.      แสงประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด
    สภษ 6:23  เพราะพระบัญญัติเป็นประทีป และคำสอนเป็นสว่าง และคำตักเตือนของวินัย เป็นทางแห่งชีวิต
    2 ปต 1:19  และเรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น เพราะคำนั้นเป็นเสมือนแสงประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น และดาวประจำรุ่งจะผุดขึ้นในใจของท่านทั้งหลาย
    20.      สามารถสอนให้ถึงความรอดโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
    2 ทธ 3:15  และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ที่ท่านได้รู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถสอนท่านให้ถึงความรอดได้ โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
    21.      เป็นประโยชน์ในการสอน การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี
    2 ทธ 3:16  พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ (หรือ ทุกตอนที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า ก็) เป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม 2 ทธ 3:17  เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง
    อธิบายเกี่ยวกับพระคัมภีร์อย่างไร?
    1.             บริสุทธิ์
    สดด 12:6  พระดำรัสของพระเจ้า เป็นพระดำรัสที่บริสุทธิ์ เป็นเหมือนเงินหลอมให้บริสุทธิ์ในเตาไฟบนแผ่นดินแล้ว ถึงเจ็ดครั้ง
    สดด 119:140  พระดำรัสของพระองค์นั้นทดลองดีแล้ว และผู้รับใช้ของพระองค์รักพระดำรัสนั้น
    2.             ความจริง
    สดด 119:160  สาระสำคัญแห่งพระวจนะของพระองค์ คือ ความจริง และกฎหมายอันชอบธรรมของพระองค์ทุกข้อดำรงอยู่เป็นนิตย์
    ยน 17:17  ขอทรงโปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง
    3.             แน่นอน
    สดด 19:7  กฎหมายของพระเจ้ารอบคอบ และฟื้นฟูจิตวิญญาณ กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นแน่นอน กระทำให้คนรู้น้อยมีปัญญา
    4.             น่าปรารถนามากกว่าทองคำ
    สดด 19:10  น่าปรารถนามากกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองนพคุณมากนัก หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง ที่หยดลงจากรวง
    5.             ทรงพลานุภาพอยู่เสมอ
    ฮบ 4:12  เพราะว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตาย และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูก และไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิด และความมุ่งหมายในใจด้วย
    6.             เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเรา
    รม 15:4  เพราะว่า สิ่งที่เขียนไว้ในสมัยก่อนนั้น ก็เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเรา เพื่อเราจะได้มีความหวังโดยความเพียร และความชูใจด้วยพระคัมภีร์
    7.             ให้ชนชาติทั้งปวงเห็นประจักษ์
    รม 16:26  แต่มาบัดนี้ได้เปิดเผยให้ปรากฏแล้ว และโดยคัมภีร์ผู้เผยพระวจนะทรงให้ชนชาติทั้งปวงเห็นประจักษ์ ตามซึ่งพระเจ้าผู้ทรงดำรงถาวร ได้ทรงบัญชาไว้ เพื่อให้เขาได้เชื่อ
    8.             ห้ามเพิ่มเติมหรือตัดอะไรออกไป
    ฉธบ 4:2  ท่านทั้งหลายอย่าเสริมเติมคำที่ข้าพเจ้าได้บัญชาท่านไว้ และอย่าตัดออก เพื่อท่านทั้งหลายจะรักษาพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่าน
    ฉธบ 12:32  ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านไว้นั้น จงระวังที่จะกระทำตาม ท่านอย่าเพิ่มอะไรเข้า หรือตัดอะไรออกไป จากที่ข้าพเจ้าได้บัญชาไว้
     วว 22:18-19 18 ข้าพเจ้าเตือน ทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ ว่า ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้ พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้แก่ผู้นั้น  19  และถ้าผู้ใดตัด ข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้น ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิต และที่มีอยู่ในวิสุทธนครนั้น ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ไปเสีย

     

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น